top of page

Koltiva เสริมพลังให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 475,000 รายทั่วโลก และตอกย้ำบทบาทผู้นำของอินโดนีเซียด้านกาแฟยั่งยืน

  • รูปภาพนักเขียน: Daniel Prasetyo
    Daniel Prasetyo
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีเกษตรกรรายย่อยนับล้านครัวเรือนที่พึ่งพากาแฟเป็นแหล่งรายได้หลัก ตั้งแต่อาเจะห์ไปจนถึงโทราจา เมล็ดกาแฟทุกเมล็ดสะท้อนถึงแรงงานและความทุ่มเทของชุมชนเกษตรกรที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้ดำรงอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อความยั่งยืนและความโปร่งใสกลายเป็นข้อกำหนดสำคัญของการค้าโลก วิธีการผลิตและการยืนยันแหล่งที่มาของกาแฟจึงจำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทใหม่

 

ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) ซึ่งครอบคลุมถึงสินค้าอย่างกาแฟ ผู้ส่งออกและโรงคั่วจำเป็นต้องพิสูจน์ได้ว่ากาแฟทุกล็อตมีแหล่งที่มาถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า แม้ว่าการรับรองอย่าง Rainforest Alliance และ Fairtrade จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการผลิตกาแฟอย่างยั่งยืนมาอย่างยาวนาน แต่ EUDR ยังต้องการชั้นการยืนยันเพิ่มเติม โดยอาศัยข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (geolocation) และความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานในระดับที่ลึกยิ่งขึ้น


สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกกาแฟของอินโดนีเซียจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก


Koltiva บริษัทนวัตกรรมเกษตรเทคโนโลยีสัญชาติสวิส–อินโดนีเซีย สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การยืนยันข้อมูลในระดับภาคสนาม การโค้ชเกษตรกร และบริการให้คำปรึกษาที่ออกแบบเฉพาะตามบริบท โซลูชันแบบครบวงจรของ Koltiva ได้แก่ KoltiTrace สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ และ KoltiSkills สำหรับการฝึกอบรมและการยืนยันข้อมูลในพื้นที่ ช่วยเสริมกรอบความยั่งยืนที่มีอยู่เดิม ด้วยการบันทึกทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงการส่งออก พร้อมทั้งเสริมศักยภาพให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ภาคสนามมีความรู้และความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ KoltiTrace ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออย่าง Cool Farm Tool เพื่อช่วยติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ


การพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานกาแฟด้วยการตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล

ด้วยการดำเนินงานในแหล่งผลิตสำคัญทั่วโลก อาทิ อินโดนีเซีย โคลอมเบีย เม็กซิโก ไอวอรีโคสต์ ยูกันดา เอธิโอเปีย และบราซิล Koltiva ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีจริยธรรม โปร่งใส และครอบคลุมทุกภาคส่วน ผ่านการทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ฟาร์มถึงโรงงานเป็นดิจิทัล ผสานการทำแผนที่พิกัดภูมิศาสตร์ การโค้ชด้านความยั่งยืน และระบบการชำระเงินดิจิทัล เพื่อสร้างผลกระทบที่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นรูปธรรม



ภาพรวมผลกระทบด้านกาแฟของ Koltiva (Koltiva Coffee Impact Snapshot)

ตัวชี้วัด

ค่า

จำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน

มากกว่า 475,000 ราย

พื้นที่เพาะปลูกที่ผ่านการยืนยัน

1.1 ล้านเฮกตาร์

จำนวนภาคธุรกิจที่ขึ้นทะเบียน

มากกว่า 470 ราย

การดำเนินงานของ Koltiva มุ่งแก้ไขความท้าทายเร่งด่วน 3 ประการที่ภาคอุตสาหกรรมกาแฟกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่:

  • ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของกฎระเบียบระดับโลก เช่น EUDR, CSRD และ CSDDD

  • การที่เกษตรกรรายย่อยนับล้านรายถูกกีดกันออกจากห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่

  • ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่จัดหาอย่างยั่งยืนและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้


ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลเดียวกัน Koltiva ช่วยให้ธุรกิจกาแฟสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ลดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และปลดล็อกโอกาสทางการตลาด พร้อมกันนั้นยังเสริมศักยภาพให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิต ความยืดหยุ่น และรายได้ในระยะยาว


อุตสาหกรรมกาแฟของอินโดนีเซีย: ผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

ในภูมิภาคปลูกกาแฟทั่วอินโดนีเซีย ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการทำตามรายการตรวจสอบของการรับรองอีกต่อไป หากแต่คือการพิสูจน์ผลกระทบผ่านข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ในพื้นที่ที่ราบสูงกายอ (Gayo) จังหวัดอาเจะห์ Adena Coffee ได้ร่วมมือกับ Koltiva เพื่อทำให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเป็นดิจิทัลสำหรับเกษตรกรรายย่อยกว่า 1,900 ราย ครอบคลุม 30 หมู่บ้าน ช่วยให้มั่นใจได้ว่ากาแฟทุกล็อตสามารถยืนยันได้ว่า ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ EUDR อย่างครบถ้วน


ในชวาตะวันออก บริษัท PT Asal Jaya ได้ขยายกำลังการผลิตเป็น 35,000 ตันต่อปี พร้อมรักษาความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านการทำแผนที่ซัพพลายเออร์และการฝึกอบรมด้านการจัดการแปลงปลูกที่ออกแบบเฉพาะตามบริบท ขณะเดียวกัน PT IndoCafco ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Ecom Coffee Group กำลังบุกเบิกการทำเกษตรกาแฟคาร์บอนต่ำ โดยใช้ KoltiTrace ร่วมกับ Cool Farm Tool เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และระบุแนวทางลดการปล่อยในระดับฟาร์ม



ในยุคที่ความยั่งยืนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป Koltiva โดดเด่นในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจกาแฟ ไม่ว่าคุณจะเป็นโรงคั่วขนาดเล็กหรือผู้ส่งออกรายใหญ่ระดับนานาชาติ ระบบนิเวศของ Koltiva พร้อมสนับสนุนให้คุณปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น บนรากฐานของความโปร่งใสและความเป็นธรรม


พร้อมยกระดับธุรกิจกาแฟของคุณให้พร้อมรับอนาคตแล้วหรือยัง? เชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญของ Koltiva วันนี้ เพื่อสำรวจโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะและสร้างผลกระทบที่แท้จริง ตั้งแต่เมล็ดกาแฟจนถึงถ้วยกาแฟเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.koltiva.com


บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร KAPUCINO (Kabar Seputar Cerita Inspiratif SCOPI) ฉบับที่ 16 ปี 2025 จัดพิมพ์โดย Sustainable Coffee Platform of Indonesia


ผู้เขียน: Daniel Agus Prasetyo, หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร (Head of PR and Corporate Communications)


Daniel มีประสบการณ์ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่าทศวรรษ และเป็นผู้นำด้านงานประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร โดยผสานกลยุทธ์ด้านแบรนด์ การวางตำแหน่งทางการตลาด และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ากับแนวทางการทำงานของเขา เขามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page